
การสั่งสินค้าจากจีนกลายเป็นเรื่องปกติในโลกของการค้าขายออนไลน์ยุคนี้ เพราะต้นทุนสินค้าต่ำ ตัวเลือกหลากหลาย และโอกาสสร้างกำไรสูง แต่เมื่อพูดถึงต้นทุนที่แท้จริง หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “ค่าขนส่ง” และ “ระยะเวลาการจัดส่ง” ซึ่งสามารถส่งผลต่อกำไรและความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างมาก
คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ: “ควรสั่งสินค้าจากจีนช่วงไหนจึงจะได้ค่าส่งถูกและของถึงเร็ว?” บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อค่าขนส่งและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสั่งของจากจีน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าส่งและความเร็วในการจัดส่ง
การสั่งสินค้าจากจีนไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกสินค้าที่ใช่ในราคาที่ถูก แต่ยังต้องดูจังหวะเวลาให้เหมาะด้วย เพราะค่าขนส่งและความเร็วในการส่งมักแปรผันตามฤดูกาลและสภาพตลาดโลจิสติกส์ หากสั่งในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง เช่น เทศกาลหรือช่วงปลายปี ค่าขนส่งอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่:
• ช่วงตรุษจีน (มกราคม – กุมภาพันธ์): โรงงานหยุดผลิตและระบบโลจิสติกส์ชะงัก
• สัปดาห์ทองของจีน (ต้นตุลาคม): บริษัทขนส่งหยุดให้บริการหลายวัน
• ปลายปี (พฤศจิกายน – ธันวาคม): ปริมาณการส่งออกสูงเพราะเป็นช่วงเทศกาลทั่วโลก
ช่วงเวลาเหล่านี้มักมีความแออัดในการจัดส่ง สินค้าอาจถูกเลื่อนออกจากรอบการขนส่ง และยังอาจเกิดความล่าช้าจากความไม่พร้อมของระบบคลังสินค้าและการขนถ่ายสินค้าทั้งฝั่งจีนและไทย
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับสั่งสินค้าจากจีน
1. เดือนมีนาคม – มิถุนายน
หลังผ่านช่วงตรุษจีน โรงงานกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ ระบบขนส่งเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ค่าขนส่งมักไม่สูงและสามารถวางแผนการสั่งซื้อได้อย่างราบรื่น ถือเป็นช่วงที่เหมาะอย่างยิ่งในการสั่งสินค้าเข้าสต็อกหรือลองตลาดใหม่
2. ช่วงปลายกันยายน – ต้นตุลาคมก่อนหยุดยาว
เป็นช่องว่างสั้น ๆ ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ทอง หากวางแผนดี ๆ และสั่งให้ทันก่อนช่วงหยุด ค่าขนส่งจะยังไม่พุ่งสูง และของอาจมาถึงทันกำหนด เหมาะกับสินค้าที่เริ่มหมุนรอบได้ดี และต้องการเติมสต็อกก่อนช่วง High Season
3. ปลายตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน
หลังผ่านสัปดาห์ทอง แต่ก่อนช่วง Black Friday และเทศกาลปลายปี เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเติมสต็อก เพราะยังไม่มีความแออัดจากออร์เดอร์มหาศาลทั่วโลก ทำให้ค่าขนส่งยังไม่สูงมาก และระยะเวลาในการขนส่งอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
เคล็ดลับในการสั่งสินค้าจากจีนให้ได้ของเร็วและค่าส่งถูก
การเลือกช่วงเวลาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ถ้าคุณต้องการสั่งสินค้าจากจีนให้คุ้มค่าที่สุด นี่คือเทคนิคเพิ่มเติม:
• วางแผนล่วงหน้า: อย่ารอสั่งของตอนของเริ่มหมด เพราะจะทำให้คุณต้องเร่งใช้บริการขนส่งที่แพงและเสี่ยงเจอของมาช้า การสั่งล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเลือกบริการที่คุ้มค่ากว่าและมั่นใจได้มากขึ้น
• รวมกล่อง (Consolidation): หากสั่งสินค้าจากหลายร้านในจีน ควรใช้บริการรวมกล่องจากผู้ให้บริการนำเข้า จะช่วยลดค่าส่งต่อชิ้นได้อย่างมาก และยังช่วยจัดการสต็อกได้ง่ายขึ้น
• เปรียบเทียบผู้ให้บริการหลายราย: แต่ละบริษัทชิปปิ้งอาจมีราคาค่าส่งและระยะเวลาแตกต่างกัน การสอบถามและเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณได้ดีลที่คุ้มที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางรถหรือทางเรือ
• ใช้บริการขนส่งที่เหมาะกับประเภทสินค้า: สินค้าที่มีน้ำหนักเบาและไม่เร่งรีบ อาจเหมาะกับการขนส่งทางเรือที่ประหยัดกว่า ในขณะที่ของด่วนควรเลือกทางรถหรือทางอากาศเพื่อความรวดเร็ว
• ติดตามแนวโน้มของตลาดขนส่ง: การเข้าใจภาพรวมของตลาด เช่น ความหนาแน่นของตู้สินค้า ราคาน้ำมัน หรือภาวะเศรษฐกิจโลก สามารถช่วยให้คุณวางแผนสั่งของได้แม่นยำยิ่งขึ้น
วางแผนอย่างไรให้ได้ราคาดีและของถึงไว
การรู้จังหวะในการสั่งของและความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีขนส่งเป็นหัวใจสำคัญ การมีพาร์ทเนอร์ที่น่าเชื่อถือหรือผู้ให้บริการที่มีระบบจัดการดี เช่น การแจ้งเตือนสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ หรือระบบรวมกล่องอัตโนมัติ จะช่วยลดความเสี่ยงในการล่าช้าและลดภาระงานของคุณในระยะยาว
หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นสั่งสินค้าจากจีน การทดลองในล็อตเล็ก ๆ เพื่อทดสอบระบบการขนส่ง เวลาที่ใช้จริง และคุณภาพของสินค้า จะช่วยให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้นก่อนขยายการสั่งซื้อในปริมาณมาก
สรุป: ช่วงเวลาที่ควรเลือกเพื่อประหยัดและได้ของไว
หากคุณต้องการสั่งสินค้าจากจีนแบบคุ้มค่า ช่วงที่เหมาะที่สุดคือช่วง “หลังตรุษจีนถึงกลางปี” และ “ปลายไตรมาส 3 ก่อนเทศกาลปลายปี” โดยควรวางแผนล่วงหน้า ไม่รีบ ไม่ช้าเกินไป เพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากบริการเร่งด่วนหรือปัญหาดีเลย์จากระบบโลจิสติกส์ที่แออัด
หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยด้านการสั่งซื้อและขนส่งจากจีนครบวงจร แนะนำให้ลองใช้บริการของ
TTP Cargo ที่มีระบบติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ บริการรวมกล่อง และทีมงานดูแลตั้งแต่สั่งซื้อจนถึงส่งถึงบ้าน


